ชูวิทย์ ขอถาม สารพัดวิธีแสดงออกของม็อบ ยังคิดว่าไม่รุนแรงอีกหรือ ?

ชูวิทย์ โพสต์ถามสารพัดวิธีของม็อบที่กระทำหน้า สน.ดินแดง ทั้งปิดล้อม ทั้งด่าทอ ทั้งเสียงระเบิดปิงปอง และเหตุการณ์อื่น ๆ ที่ผ่านมา ยังคิดว่าไม่มีความรุนแรงอีกหรือ

วานนี้ (24 ธันวาคม 2556) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เฟซบุ๊ก ชูวิทย์ I’m No.5 ของนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายในวันรับสมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ที่ผ่านมา โดยทวงถามทุกคนว่า.. เหตุการณ์ที่ผ่านมาเรียกว่าการชุมนุมแบบไม่รุนแรงหรือ ?

เหตุเกิดที่ สน.ดินแดง

ในสังคมนี้ มันต้องมีใครสักคนพูดความจริง แม้ว่าความจริงมันจะเจ็บปวดและคนพูดจะถูกเกลียดชัง แต่มันจำเป็นที่คุณจะต้องฟัง และผมจำเป็นจะต้องพูดความจริง

คืนที่ผมไปมหาวิทยาลัยรามคำแหง มีเสียงปืนดังเป็นระยะ ๆ กึกก้องอยู่ด้านหลัง แต่ไม่รู้ว่าใครยิง ต่างฝ่ายต่างพยายามจะโทษ และเอามาเป็นเหตุในการสร้างประโยชน์ให้กับตัวเอง

แกนนำม็อบมักพูดอยู่เสมอ ๆ ทุกครั้งว่า “พวกเรามือเปล่า ไม่ใช้ความรุนแรง และไม่มีอาวุธ”

แต่เมื่อวานที่ม็อบไปปิดสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง สถานที่สมัครรับเลือกตั้ง ม็อบได้ปาน้ำแข็งใส่ผู้สมัคร ตะโกนด่าทอด้วยคำพูดหยาบคาย ไอ้เหี้.. ไอ้สั.. ไอ้ขี้ข้า แล้วไปผลักผู้สื่อข่าวที่คิดว่าเป็นผู้สมัคร โห่ร้อง ด่าพ่อล่อแม่ ล้อมไม่ให้ขึ้นรถ ทุบกระจก อย่างนี้คุณเรียกว่าความรุนแรงหรือเปล่า ?

การล้อมสถานีตำรวจดินแดงไม่ให้ใครเข้าออกตัวอาคารโรงพัก ไม่สนใจแม้กระทั่งเหตุฉุกเฉินที่เกิดขึ้น ประชาชนมาแจ้งความไม่ได้ตลอดทั้งวัน เพียงเพราะคุณไม่ต้องการให้ผู้สมัครไปลงบันทึกประจำวัน อย่างนี้คุณเรียกว่าความรุนแรงหรือเปล่า ?

เมื่อม็อบทำร้ายผู้สื่อข่าวหญิง เนื่องจากเข้าใจผิดว่ารายงานจำนวนม็อบน้อยกว่าความเป็นจริง ฉุดกระชาก สาดน้ำใส่หน้า และต่อยแขน รวมทั้งรุมทำร้ายผู้ช่วยช่างกล้อง แต่โชคดีมีคนห้าม อย่างนี้คุณเรียกว่าความรุนแรงหรือเปล่า ?

เมื่อ 3 ปีก่อน เสื้อแดงมาปิดล้อมราชประสงค์ และได้ล้อมโรงพยาบาลจุฬาฯ ไม่ให้เข้าออก เจ้าหน้าที่ หมอ พยาบาล ต้องขนย้ายคนไข้ทั้งที่กำลังเจ็บหนักออกจากโรงพยาบาลกันอย่างโกลาหล อย่างนี้คุณเรียกว่าความรุนแรงหรือเปล่า ?

จนท้ายสุด เสียงเรียกร้องถึงนายกฯ อภิสิทธิ์ในขณะนั้นว่า “ต้องทำอะไรสักอย่าง จะปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้” อันเป็นเหตุให้มีการขอคืนพื้นที่ ประชาชนบาดเจ็บล้มตาย แบบนี้ใช่ไหมถึงจะเรียกว่าความรุนแรง

ในความเป็นจริง ความรุนแรงไม่ได้เกิดจากอาวุธเท่านั้น หลายครั้งเริ่มต้นจากอารมณ์และคำพูดยั่วยุโทสะ

เมื่อวานเสียงระเบิดปิงปองดังขึ้น 3 ครั้ง ที่ สน.ดินแดง ในระหว่างที่ม็อบกำลังล้อม มีคนพยายามโทษว่าเป็นฝีมือตำรวจ หรือคนของฝั่งตรงข้ามม็อบ และนำมาเป็นเงื่อนไขโทษกันไปโทษกันมาอีก

คุณยังคิดอยู่หรือไม่ว่า การชุมนุมของม็อบไม่มีความรุนแรง ?

นักการเมืองที่อยู่เบื้องหลังและแกนนำไม่เคยถูกลงโทษ หรือบาดเจ็บล้มตายแม้แต่คนเดียว ประชาชนต่างหากที่เป็นเหยื่อทุกครั้ง
แทงบอลออนไลน์

เกาหลีเหนือจับญาติอาเขยคิมนับร้อย รับโทษใช้แรงงาน-ประหาร

เกาหลีเหนือจับญาติอาผู้ทรงอิทธิพลนับร้อยคน ส่งไปใช้แรงงาน-ประหารชีวิต

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2556 เว็บไซต์ซิดนีย์มอร์นิ่งเฮรัลด์ของออสเตรเลีย รายงานว่า เกาหลีเหนือจับกุมเครือญาติของจาง ซัง เต็ก อาเขยของผู้นำคิม จำนวน 200-300 คน เพื่อส่งไปลงโทษตามธรรมเนียมทั่วไปของเกาหลีเหนือที่ว่าหากมีใครคนหนึ่งก่ออาชญากรรมหรือคดีรุนแรง เครือญาตก็จะต้องรับโทษด้วย

รายงานระบุว่า หลังจากที่จาง ซัง เต็ก วัย 67 ปี บุรุษผู้ได้รับการยกย่องเป็นผู้ทรงอิทธิพลอันดับสองของเกาหลีเหนือ รองจาก คิม จอง อึน ได้ถูกประหารชีวิตไปเมื่อช่วงสายของวันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา โทษฐานประพฤติตัวเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของประเทศ ต่อต้านพรรครัฐบาลและผู้นำ พยายามสร้างฐานอำนาจแข่งผู้นำ และทรยศต่อความไว้วางใจของ คิม จอง อึน ล่าสุด ผู้นำคิมก็มีคำสั่งให้กระทรวงความมั่นคงเดินทางไปที่ย่านเปียงชอนในกรุงเปียงยาง เพื่อจับกุมเครือญาติของนายจางราว 200-300 คน มารับโทษไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นญาติสนิทหรือญาติห่าง ๆ ก็ตาม ทั้งหมดถูกส่งตัวไปขังอยู่ในเรือนจำ และดูเหมือนว่าญาติสนิทจะได้รับโทษประหารชีวิต ขณะที่ญาติห่าง ๆ จะถูกส่งไปใช้แรงงานตลอดชีวิต อย่างไรก็ดี มีบางรายอาสาที่จะทำงานในเหมืองหรือไร่นาเพื่อหลีกเลี่ยงโทษประหารชีวิต

ทั้งนี้ สำหรับ จาง ซัง เต็ก มีศักดิ์เป็นอาเขยของคิม จอง อึน เขาแต่งงานกับ คิม คยอง ฮุย น้องสาวแท้ ๆ ของคิม จอง อิล ที่ผ่านมาเขามักจะถูกอ้างถึงในฐานะผู้กุมอำนาจที่แท้จริงเบื้องหลังการสนับสนุนของคิม จอง อึน เสมอมา และเขาเองก็ทำตัวเหมือนเป็นผู้นำพรรคด้วย แต่เขาเหมือนจะมีความฝันที่แตกต่างจากคิม จอง อึน และพรรครัฐบาล นั่นคือคิดปฏิวัติและเปิดประเทศ ซึ่งเป็นภัยต่อพรรคเป็นอย่างมาก
แทงบอลออนไลน์

ชูวิทย์ ประกาศลงสมัครเลือกตั้ง 2 ก.พ. อ้างเพื่อรักษากติกาบ้านเมือง

ชูวิทย์ ประกาศลงสมัครเลือกตั้ง 2 ก.พ. อ้างเพื่อรักษากติกาบ้านเมือง ปัดต่ออายุระบอบทักษิณ-เพื่อไทย บี้มาร์ค-สุเทพ รับผิดชอบหากเสียงส่วนใหญ่เลือกพรรคการเมืองมากกว่าโหวตโน

จากที่ก่อนหน้านี้นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หัวหน้ารักประเทศไทย ได้โยนหินถามทางขอความเห็นกับประชาชนด้วยการโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว @ชูวิทย์ No.5 ว่ามีความคิดเห็นอย่างไรกับอนาคตการเมืองสำหรับตนนั้น

ล่าสุดนายชูวิทย์ ได้โพสต์ข้อความประกาศพร้อมลงสมัครเลือกตั้งในวันที่ 2ก.พ. นี้ โดยเขาให้เหตุผลว่า เพื่อต้องการรักษากติกาของบ้านเมือง ไม่อยากให้คิดว่าเลือกข้างหรืออยู่ฝั่งใดฝ่ายหนึ่ง และไม่ได้ต่ออายุให้พรรคเพื่อไทย โดยระบุว่า

“ผมได้ไตร่ตรองถึงการลงเลือกตั้งครั้งนี้อย่างถี่ถ้วน ว่าจะลงหรือไม่ลง?”

หากผมไม่ลงเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าผมอยู่ฝั่งคุณอภิสิทธิ์ หรือ กปปส. หรือไปสนับสนุนให้คุณอภิสิทธิ์กระทำการนอกกติกา เพราะผมไม่เห็นด้วยกับวิธีการแบบนี้

การที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ลงเลือกตั้ง และคุณอภิสิทธิ์บอกว่า “พรรคที่ลงเลือกตั้งกลายเป็นผู้ต่ออายุให้ระบอบทักษิณ” ถือเป็นคำพูดที่เห็นแก่ตัว ยกตนข่มท่าน แบ่งแยกประชาชน ยกตัวเองเป็นเทพ และให้พรรคอื่นเป็นมาร พรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ไม่ควรมีวิสัยมองผู้ที่คิดต่างจากตัวเองเป็นศัตรูเสียหมด

เพราะในระบอบประชาธิปไตย ย่อมต้องรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง ไม่นำเอาความคิดเห็นของตัวเองมาตัดสินว่าถูกต้องแต่เพียงผู้เดียว สามารถทำงานร่วมกับผู้คนหลากความคิด หลายอุดมการณ์ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ไม่ใช่นำเอาความคิดเห็น หรืออุดมการณ์ของตัวเองเป็นใหญ่ บดบังเหยียดหยามผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับตัวเองไปเสียหมด

แต่หากผมลงเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าผมไปต่ออายุให้ระบอบทักษิณแต่อย่างใด แม้ว่าผมเห็นว่าพรรคเพื่อไทยกระทำการโดยใช้เสียงส่วนมากหาประโยชน์ให้กับตัวเอง มองข้ามศรัทธาของประชาชน ใช้อำนาจของฝ่ายบริหารที่มีมากเกินไป สร้างความเสื่อมศรัทธาของประชาชนต่อระบอบประชาธิปไตยแบบตัวแทน รวมทั้งพรรคร่วมรัฐบาลที่ไม่โต้แย้ง กลับเข้าข้างเห็นดีเห็นงาม คาดหวังผลประโยชน์ต่างตอบแทน ช่วยหนุนรัฐบาลให้กระทำการหยามต่อความเชื่อมั่นของประชาชนให้ลดน้อยถอยลง

แต่ผมเห็นว่าบ้านเมืองต้องมีกฎกติกาใช้ยึดถือ เพื่อให้ทุกคนในสังคมปฏิบัติตาม ไม่อย่างนั้นจะถือว่าการเลือกตั้งเป็นหน้าที่ได้อย่างไร? แม้ว่าการเลือกตั้งไม่ได้ตอบโจทย์ทั้งหมด แต่อย่างน้อยยังได้ฟังเสียงของประชาชนซึ่งเป็นเสียงส่วนมากที่มีอำนาจอย่างแท้จริง เราไปคิดแทนประชาชนทั้งหมดไม่ได้ เพราะท้ายสุดนักการเมืองเป็นเพียงตัวแทน ไม่ใช่เจ้านายที่จะไปสั่งการ เราจึงต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผ่านคะแนนเสียงในวันเลือกตั้ง และนำไปปฏิบัติ

ผมจึงตัดสินใจว่าควรลงเลือกตั้ง แม้จะรู้ดีว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะไม่มีพรรคประชาธิปัตย์ อาจเกิดความวุ่นวายตั้งแต่วันรับสมัครไปจนถึงวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง แต่ผมจำเป็นต้องรักษากฎกติกาของบ้านเมืองเอาไว้ จะทำตามอำเภอใจฝั่งใดฝั่งหนึ่งไม่ได้

หากท้ายสุด ผลการเลือกตั้งออกมาว่าประชาชนโหวตโนมากกว่า คุณสุเทพและคุณอภิสิทธิ์สามารถนำเอาความชอบธรรมจากคะแนนนี้ ไปอ้างอิงว่าเป็นเสียงส่วนมากอย่างแท้จริง ที่ต้องการให้คุณอภิสิทธิ์กับคุณสุเทพนำการปฏิรูปตามที่เสนอ แต่หากคนมาลงคะแนนเสียงมากกว่า โดยเลือกพรรคการเมืองที่ลงเลือกตั้งในครั้งนี้ คุณอภิสิทธิ์จะต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจไม่ลงเลือกตั้ง และคุณสุเทพสมควรเลิกม็อบกลับบ้าน

มันเป็นวิถีทางเดียว ที่จะหาทางออกให้กับเรื่องนี้ได้
แทงบอลออนไลน์

นายกฯเสียดายปชป.ไม่ลต. กระทบเชื่อมั่นวอนรับปชต.

“ยิ่งลักษณ์” ได้นั่งรถไฟจากสถานีอุดรธานี ไปยังจังหวัดหนองคาย ระบุ เสียดาย ปชป. บอยคอต เลือกตั้ง วอน ไม่ยอมรับรัฐบาล ก็ขอให้ยอมรับ ระบอบประชาธิปไตย ไม่ตอบ ลงปาร์ตี้ลิสต์ No.1 เพื่อไทย

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุว่า การที่พรรคประชาธิปัตย์ บอยคอต ไม่ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ นี้ ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ทั้งที่ พรรคประชาธิปัตย์ มุ่งมั่นและมีความเชื่อถือในระบบรัฐสภามีความต้องการให้เกิดการปฏิรูปทางการเมือง

ทั้งนี้ หากพรรคประชาธิปัตย์ไม่ยอมรับรัฐบาลชุดนี้ แต่ขอให้ยอมรับระบอบประชาธิปไตย โดยมองว่าไม่ได้เป็นการต่อสู้เพื่อชัยชนะแต่ท้ายที่สุดหากไม่ปฏิบัติตามระบบ ก็จะทำให้ประเทศเจ็บปวด ซึ่งรัฐบาลทำทุกอย่างที่กลุ่มผู้ชุมนุมและพรรคประชาธิปัตย์ร้องขอแล้ว เรื่องการยุบสภา และการปฏิรูป จึงขอความร่วมมือรักษากลไกให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้

ซึ่งรัฐบาลพร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทุกส่วน ไม่ใช่แค่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง โดยให้ประชาชนส่วนใหญ่เป็นผู้ตัดสินอนาคตของประเทศ โดยนายกรัฐมนตรีไม่ตอบว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้ง และตอบรับการเป็น ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 ของพรรคเพื่อไทย หรือไม่

จากนั้น นายกรัฐมนตรี พร้อม ครม.ได้นั่งรถไฟจากสถานีอุดรธานี ไปยังจังหวัดหนองคาย ซึ่งมีระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร เพื่อตรวจสอบเส้นทาง ภายหลังทำการปิดซ่อมแซมและได้เปิดให้บริการเรียบร้อยแล้ว
แทงบอลออนไลน์

ญี่ปุ่นมอบวงเงินช่วยเหลืออาเซียน2หมื่นล.US

ญี่ปุ่นประกาศ มอบวงเงินความช่วยเหลือ และเงินกู้แก่อาเซียน สูงถึง 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ท่ามกลางสถานการณ์จึงเครียดกับจีน

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศ มอบเงินช่วยเหลือ และกู้ยืมแก่กลุ่มประเทศ สมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ประมาณ 2 ล้านล้านเยน
รายงานระบุว่า นายชินโซะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น ได้ประกาศมอบวงเงินความช่วยเหลือ อาเซียนในครั้งนี้ ระหว่างการประชุมซัมมิท วาระครบรอบ 40 ปี ความสัมพันธ์ญี่ปุ่น-อาเซียน

โดยมีกรอบระยะเวลา 5 ปี หลังจากพยายามการกระชับความสัมพันธ์ชาติต่างๆ ในอาเซียน มาเป็นเวลา 1 ปี นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง โดย นายอาเบะ กล่าวด้วยว่า วงเงินช่วยเหลือ และกู้ยืมจำนวน 2 ล้านล้านเยน จะเป็นส่วนหนึ่งของการขยายขอบเขตความร่วมมือระหว่างญี่ปุ่น กับอาเซียน

ทั้งนี้ การประสานความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่น กับอาเซียน เกิดขึ้นในช่วงที่ญี่ปุ่น กับจีน กำลังมีข้อพิพาท ในเรื่องกรรมสิทธิ์เหนือหมู่เกาะเซนกากุ และส่อเค้าทวีความตึงเครียดมากขึ้น นับตั้งแต่จีน ประกาศเขตป้องกันทางอากาศในทะเล
แทงบอลออนไลน์

ชวนนท์ ซัด ยิ่งลักษณ์อาจรู้เห็นฆ่านักศึกษารามฯวันนี้(3 ธ.ค.)

วันนี้(3 ธ.ค.)นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์แถลงข่าวที่พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งคำถามแก่รัฐบาลว่าจากเหตุการณ์การชุมนุมที่ผู้ชุมนุมไม่เคยมีความต้องการแสดงความรุนแรงเลย แต่เหตุใดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงปิดกั้นการแสดงออกจนมีการใช้มาตรการรุนแรงต่อผู้ชุมนุม จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย

และโจมตีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีว่าลอยตัวเหนือปัญหา และไม่มีท่าทีแสดงความรับผิดชอบแต่อย่างใดต่อเหตุการณ์ความรุนแรง และการสูญเสียชีวิตของนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยโฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า “เรื่องเหล่านี้ยิ่งลักษณ์เคยใส่ใจหรือไม่ หรือ ไม่ทำเพราะรู้เห็นเป็นใจ ทราบดีอยู่แล้ว”

ทั้งนี้นายชวนนท์ได้แจงว่าความในใจของยิ่งลักษณ์นั้นสะท้อนจากถ้อยคำปราศรัยของแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง คือจตุพร พรหมพันธ์ , ณัฐวุฒิ ไสยเกื้อโดยยกตัวอย่างถ้อยคำปราศรัย ณ สนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถาน อาทิ

คำพูดของณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ปราศรัยว่า“ผมอยากจะบอกชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นว่า ถอยออกเถอะ มาทางไหนก็ไปทางนั้น อย่าได้มีเวรมีกรรม ซึ่งกันและกันเลย ตอนมาคุณเดินมาผมยังดีใจที่ตอนกลับคุณวิ่งกลับไป ผมไม่อยากให้คุณนอนกลับไปผมยืนยันได้”

คำพูดของจตุพร พรหมพันธ์“พี่เลิศไม้เก่าฝากไปดูแลด้วย พี่น้องที่รักทั้งหลาย แต่พี่น้องที่ชุมนุม ที่นี่อย่าไหวหวั่นอะไรทั้งสิ้นเพราะพี่น้องที่อยู่รอบนอกในขณะนี้มากกว่าข้างในเต็มไปหมดไม่มีแม้แต่ที่เดิน ด้วยความสัจจริง ผมไม่ได้กลัวเขาจะบุกมา แต่กลัวเขาบุกมาแล้วหาเรื่องตายเอง ช่วยไม่ได้จริงๆ”

นอกจากนี้นายชวนนท์ยังนำภาพเทียบเคียงสัญลักษณ์บนเสื้อของชายชุดดำที่กำลังเล็งปืนว่ามีลักษณะใกล้เคียงกับสัญลักษณ์บนเสื้อของกลุ่มการ์ดเสื้อแดงกลุ่มนักรบพระองค์ดำพิษณุโลก ที่นำโดยเลิศไม้เก่านั่นเองและยังปรากฎภาพบุคคลที่น่าเชื่อว่าเป็นนายเลิศไม้เก่าถ่ายภาพคู่กับอดีตนายกทักษิณ ชินวัตรอีกด้วย ซึ่งนายชวนนท์ระบุว่าสอดคล้องกับคำพูดข่มขู่ของแกนนำเสื้อแดงชัดเจน

แทงบอลออนไลน์

คลิปเปิดใจ นานาโกะ ฮารุ ชีวิตพังเพราะแฟนเพจและปากคน

aj064

ข่าวสังคมออนไลน์ (2ธ.ค.) ชาวสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปสัมภาษณ์เปิดใจ นานาโกะ ฮารุ อายุ 23 ปี สาวปริศนาที่มีเพจแอนตี้คนกดถูกใจกว่าแสนคน โดยให้ฉายาเธอว่า “สาวอันตราย”

นานาโกะได้ให้สัมภาษณ์ผ่านทางรายการซุปเปอร์บันเทิง เผยว่า นานาโกะ ฮารุ เป็นชื่อที่เพื่อนชาวญี่ปุ่นตั้งให้ ชื่อจริงๆคือ ติ๊ก เป็นคนจังหวัดบึงกาฬ

ชีวิตของตนตอนนี้เหมือนตายทั้งเป็นเพราะตั้งแต่มีแฟนเพจ เพื่อนก็เลิกคบ แฟนทิ้ง ที่ทำงานก็ไล่ออก อยากให้สงสารหนูเถอะ เพราะทุกข์ใจจึงต้องกินยาพารากว่า 50 เม็ดเพื่อฆ่าตัวตาย แต่ก็คิดถึงหน้าแม่ เพราะว่ามีแม่คนเดียวและมีหนูที่หาเลี้ยงครอบครัว ส่วนเรื่องที่ว่าหนูขโมยของนั้น เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นเมื่อ 4 ปีที่แล้ว แต่เรื่องที่มีคนมาบอกว่าหนูติดเอดส์ไม่เป็นความจริงโดยมีผลตรวจเลือดออกมายืนยัน

ทั้งนี้นานาโกะ ฮารุยังได้เผยอีกว่า แฟนเพจดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นสร้างกระแส เรื่องที่แชร์ต่อกันทำให้เหมือนฆ่าหนูทั้งเป็น ไปไหนก็ไม่ได้ ทำงานก็ไม่ได้ ตอนนี้เงินก็ไม่มี แต่ก่อนเคยทำงานเป็นไกด์ให้ชาวต่างชาติพาเที่ยววัดพระแก้ว แต่ที่ทำงานเขาบอกว่าให้หนูออกเถอะเพราะอายเขา

ขอร้องอยากให้ฟังตนบ้าง เพราะเรื่องที่แฟนเพจนำเสนอไม่ได้เป็นความจริง ตอนนี้ใช้ชีวิตปกติ อยากบอกแม่ว่าหนูรักแม่มากนะ ตอนนี้ชีวิตพังเพราะเพจแล้ว
แทงบอลออนไลน์

รวบ 2 สาวฟิลิปปินส์ ตุ๋นเรี่ยไรเงินคนไทยช่วยเหยื่อไห่เยี่ยน

016

รวบ 2 สาวฟิลิปปินส์อ้างตัวเป็นนักบุญผู้เผยแผ่ศาสนา ต้มตุ๋นเรี่ยไรเงินช่วยเหยื่อไห่เยี่ยน คาดมีผู้เสียหายหลายพันคน

วานนี้ (22 พฤศจิกายน 2556) เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมแก๊งต้มตุ๋นจากฟิลิปปินส์ ซึ่งมาในคราบนักบุญผู้เผยแผ่ศาสนา เป็นหญิงชาวฟิลิปปินส์ 2 คน คือ Ms.Minerva Macapili Bedana อายุ 32 ปี และ Ms.Juana Espelita Hoyos อายุ 23 ปี พร้อมด้วยของกลาง ประกอบด้วย กีตาร์โปร่ง 1 ตัว, เงินสด 2,070 บาท, หนังสือเดินทางของทั้งสองคน, เอกสารของมูลนิธิ JC Society Foundation หรือมูลนิธิ JC สังคม ที่มีอดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานมูลนิธิฯ จำนวน 10 ชุด

โดย พ.ต.ท.เจษฎา ยางนอก สว.ตม.อุดรธานี เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนจากมูลนิธิ JC สังคม ว่ามีคนนำเอาเอกสารของมูลนิธิฯ ไปเรี่ยไรเงินตามจังหวัดต่าง ๆ ทั้งที่กรุงเทพฯ, ปริมณฑล, ชลบุรี, ภูเก็ต, ขอนแก่น, อุบลราชธานี และอุดรธานี โดยหญิงสาวชาวฟิลิปปินส์รายหนึ่งจะใช้กีต้าร์โปร่งไปยืนร้องเพลงตามศูนย์การค้า, ปั๊มน้ำมัน หรือตามแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ขณะที่อีกคนก็จะทำหน้าที่ยื่นเอกสารของมูลนิธิที่แอบคัดลอกมาจากอินเตอร์เน็ต ถ่ายเอกสารแล้วเคลือบพลาสติกให้ดูเหมือนของจริงเพื่อใช้อ้างในการขอเรี่ยไร เมื่อใครหลงเชื่อจะยื่นเงินให้ใส่ในกล่องแล้วทำทีเป็นจดชื่อผู้บริจาคลงในบัญชีที่ทำปลอมขึ้นมา

สำหรับการจับกุมในครั้งนี้ ชุดสืบสวนได้ออกตระเวนหาข่าว กระทั่งพบผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 ราย กำลงยืนเรี่ยไรเงินอยู่ภายในร้านกาแฟในปั๊มน้ำมันเชลล์ ตรงข้ามโรงแรมนภาภัย ถ.ประชารักษา ต.หมากแข้ง จึงขอตรวจสอบหนังสือเดินทางและส่งรายชื่อไปยังมูลนิธิฯ ที่กล่าวอ้าง และได้รับการยืนยันว่า ไม่มีชื่อบุคคลทั้งสองในมูลนิธิฯ จึงได้ควบคุมตัวไปสอบสวน

ทั้งนี้ เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 2 ให้การรับสารภาพว่า ทำงานอยู่ที่โบสถ์แห่งหนึ่งในกรุงมนิลา และทำหน้าที่เป็นผู้เผยแพร่ศาสนาหรือมิชชันนารี กระทั่งพบข้อมูลของมูลนิธิที่ให้การช่วยเหลือเด็กกำพร้าและผู้ด้อยโอกาส จึงได้ทำการคัดลอกข้อมูลและภาพกิจกรรมของมูลนิธิฯ เพื่อเอามาเคลือบแผ่นพลาสติก และทำรายชื่อปลอมขึ้นมาเพื่อรับบริจาค ก่อนเดินทางมาที่ประเทศไทย ตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แล้วทำการต้มตุ๋นเรี่ยไรเงินบริจาค โดยเริ่มที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และขยายไปตามจังหวัดใหญ่ ๆ หลายจังหวัด เป็นเวลานาน 2 เดือนแล้วก็เดินทางกลับ เพราะวีซ่าท่องเที่ยวมีอายุแค่ 2 เดือน แล้วก็เดินทางเวียนกลับมาต้มตุ๋นใหม่ในลักษณะเดิมอีก

กระทั่งล่าสุดได้เดินทางกลับมาเมืองไทย เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา จึงอาศัยโอกาสที่ประเทศฟิลิปปินส์ประสบภัยครั้งใหญ่ แอบอ้างเรี่ยไรเงินไปช่วยเหลือจนได้เงินมาร่วมหลายแสนบาท โดยเงินอยู่ระหว่างการตรวจสอบการโอนเงินระหว่างประเทศ ทั้งนี้ ทั้งคู่ได้ถูกตั้งข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เป็นการชั่วคราว ทำงานเรี่ยไรเงินโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท ส่วนคดีปลอมแปลงเอกสาร และแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ต้องให้ทางมูลนิธิฯ เข้าแจ้งความก่อน และคดีต้มตุ๋นต้องให้ผู้เสียหายที่ร่วมบริจาคเงินเข้าแจ้งความเพิ่มเติม คาดว่ามีผู้เสียหายแล้วหลายพันคน
แทงบอลออนไลน์

สนามแตกแฟนแห่กรี๊ด ตูน บอดี้สแลม บู๊ปิงปอง

aj077

ความเคลื่อนไหวการจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 42 “สุพรรณบุรีเกมส์” ระหว่างวันที่ 5-15 ม.ค.57 และกีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 32 “ศรีสุพรรณบุรีเกมส์” ระหว่างวันที่ 10-14 ก.พ.57

ล่าสุดนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ได้เป็นประธานประชุม และสำรวจสนาม ครั้งที่ 2 โดยมีเรืออากาศเอกหญิงอุษณีย์ วงษาลังการ ผอ.กองแข่งขันกีฬาเป็นเลิศ กกท. ร่วมประชุม ที่โรงแรมสองพันบุรี จ.สุพรรณบุรี

โดยเรืออากาศเอกหญิงอุษณีย์ เผยว่า สนามแข่งขันของแต่ละชนิดกกีฬาถือมีความพร้อมสมบูรณ์ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ คาดว่าก่อนแข่งขัน 1 เดือน สนามจะสมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม

ส่วนกีฬาที่จะได้รับความสนใจเป็นพิเศษอย่างเทเบิลเทนนิส เพราะมี “ตูน บอดี้สแลม” อาทิวราห์ คงมาลัย ลงแข่งให้เจ้าภาพนั้น ผอ.กองกีฬาเป็นเลิศ เผยว่า จากการคาดการกีฬาปิงปอง จะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ และคนจะต้องเต็มสนามจนล้นทะลักแน่นอน เพราะมีนักกีฬาอย่าง “ตูน บอดี้สแลม” นักร้องชื่อดัง ซึ่งเป็นขวัญใจของคนทั่วประเทศลงแข่งขัน เราจึงต้องมีการดูแลสถานที่แข่งให้พร้อมที่สุด
แทงบอลออนไลน์

10 คนดังระดับโลก ถึงเรียนไม่จบก็ประสบความสำเร็จได้

1. ริชาร์ด แบรนสัน (Richard Branson) : ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Virgin ด้วยภาพลักษณ์นักธุรกิจนอกกรอบ ตำราไหนว่าแน่พี่ขอแหก เสาะแสวงหาความท้าทาย ในการดำเนินชีวิตและธุรกิจ เลิกเรียนตั้งแต่อายุ 16 มาเอาดีด้วยการทำนิตยสารสำหรับนักเรียนเป็นธุรกิจ ค่อยๆ ขยายธุรกิจอื่นๆ มากมาย ไม่เว้นแม้แต่สายการบิน เป็นเพลย์บอยแถมรวยภาพที่ปรากฏก็เลยแสบๆ อย่างที่เห็น โคโค แชลแนล (CoCo Chanel) : ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Channel

2. โคโค แชลแนล (CoCo Chanel) : ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Channel เธอเกิดมากำพร้า เริ่มอาชีพเป็นเพียงช่างเย็บผ้า ในยุคที่สตรีต้องตัดชุดสตรีเท่านั้น แชนแนลผลักดันตัวเองอย่างกล้าหาญด้วยการออกแบบเสื้อผ้าสำหรับผู้ชาย ด้วยความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบและผสมผสานเนื้อผ้า สร้างเอกลักษณ์ให้ผลงานของเธอ แต่ที่สร้างชื่อให้เธอเป็นที่จดจำตลอดกาลคือ คือ น้ำหอม แชนแนลหมายเลข 5 อันโด่งดังนั่นเอง

3. ไมเคิล เดลล์ (Michael Dell) : ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Dell ไปไหนก็จะเห็นคอมพิวเตอร์-โน้ทบุ๊คยี่ห้อ Dell กันใช่ไหม ผู้ก่อตั้งคือ ไมเคิล เดลล์ เขาหยุดเรียนตั้งแต่อายุ 19 มาก่อตั้งบริษัท PC’s Limited ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น Dell, Inc และผันตัวเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ประสบความสำเร็จ มากที่สุดในโลก ในปี 1996 เดลล์ได้มอบทุนให้มหาลัยเทกซัสจำนวน 50 ล้านเหรียญ (ราวๆ 2,000 ล้านบาท) เพื่อยกระดับสุขภาพและการศึกษาของเยาวชน

4.เฮนรี่ ฟอร์ด (Henry Ford) : ผู้ก่อตั้ง Ford Motor เขาออกจากบ้านตอนอายุ 16 ปีเพื่อเป็นช่างยนต์ ภายหลังก่อตั้ง บริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ ดำเนินอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ ซึ่งรถที่ประสบความสำเร็จครั้งแรกคือรุ่น Ford Model T ผลกำไรทำให้ขยายกิจการ และริเริ่มวางสายการผลิตแบบอัตโนมัติ

5. บิล เกตส์ (Bill Gates) : ผู้ก่อตั้ง Microsoft ติด อันดับมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในโลกปี 1995 – 2006 ช่วงวัยรุ่นหยุดเรียนเพราะมุ่งมั่นมากที่ จะตั้งบริษัทผลิตซอฟท์แวร์ ชื่อความหมายเล็กจิ๋วว่า บริษัทไมโครซอฟท์ รวยล้นฟ้าแล้วยังใจบุญ เพราะครอบครัวบิลก่อตั้ง มูลนิธิ บิล & มาลิดา เกตส์ คอยช่วยเหลือด้านการศึกษาและสุขภาพแก่คนทั้งโลก

6.สตีฟ จ็อปส์ (Steve Jobs) : ผู้ก่อตั้งและสร้างความยิ่งใหญ่ ให้แบรนด์ Apple เรียนมหาวิทยาลัยได้เทอมเดียวก็ไปทำงานให้กับ บริษัท อาตาริ ก่อนที่จะควบรวมเป็น บริษัท แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์ แต่ชื่อมันยาว เดี๋ยวนี้เลยตัดเหลือเพียง แอปเปิ้ล แบรนด์ล้ำๆ ที่ทำให้คนทั้งโลกคลั่ง กับผลงานล่าสุดอย่าง iPad และ iPhone 4 ครั้งหนึ่งสตีฟ จ็อปส์เคยเป็น CEO ให้ Pixar ก่อนที่จะควบรวมกับ วอลท์ ดีสนีย์

7. เจมส์ คาเมรอน (James Cameron) : ผู้กำกับระดับออสการ์ หยุด เรียนตอนปี 2 ไปทำงานรับจ้างทั่วไป ทั้งขับรถบรรทุกและงานเขียน ระหว่างนั้นก็พยายามเรียนด้าน สเปเชียล เอฟเฟค ด้วยตนเอง จากวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาในห้องสมุด หลังจากดูหนัง สตาร์วอร์ จึงเลิกขับรถบรรทุก ไปหางานในวงการภาพยนตร์ทำ จากงานผู้ช่วย ก็ผันมาเป็นผู้สร้างสรรค์ผลงานที่กลายเป็นตำนาน อย่าง คนเหล็ก 2, ไททานิค และ ภาพยนตร์ 3D สุดอลังการอย่าง อวาตาร

8.เลดี้ กาก้า (Lady Gaga) : นักร้องซุปเปอร์สตาร์ หลุดโลก กว่าจะเป็นราชินีเพลงป๊อปแดนซ์และเจ้าแม่แฟชั่นหลุดโลกคนนี้ เธอหัดเปียโนตั้งแต่อายุ 4 ขวบ เริ่มเขียนโน้ตเปียโนตอน 13 พออายุ 17 ปีก็แต่งเพลงเอง จนกระทั่งปีสองเทอมสอง เธอหยุดเรียนและหันไปเอาดีในอาชีพดนตรี ด้วยเงินเพียงน้อยนิด จนประสบความสำเร็จในชื่อ “เลดี้ กาก้า” ที่ทั้งโลกรู้จัก ชื่อที่ผันมาจากชื่อเพลง “เรดิโอ กา ก้า”

9. ไทเกอร์ วู๊ดส์ (Tiger Woods) : อดีตนักกอล์ฟหมายเลข 1 ของโลก เล่นกอล์ฟตั้งแต่เดินได้ โชว์วงสวิงให้โลกตะลึงตอนอายุ 2 ขวบ เอาชนะพ่อตัวเองได้ตอน 11 ขวบ หลังจากคว้าแชมป์รายการดังมากมาย จึงตัดสินใจหยุดเรียนและเปลี่ยนเป็นนักกอล์ฟมืออาชีพ ขณะอยู่ปี 2 ผูกขาดตัวเองเป็นนักกอล์ฟมือหนึ่งของโลกมานานหลายปี

10. มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) : ผู้ก่อตั้ง Facebook ผู้ก่อตั้ง Facebook ที่คนทั้งโลกติดกันงอมแงม พัฒนาเฟสบุ๊คกับเพื่อนร่วมชั้น ตั้งแต่ตอนที่เรียนอยู่ที่ ฮาวาร์ด หลังจากที่เฟสบุ๊คได้รับความนิยมและทำเงินมหาศาล ก็หยุดเรียน เพื่อเป็นผู้บริหารของเฟสบุ๊คเต็มตัว ปัจจุบันเป็นมหาเศรษฐีที่อายุน้อยที่สุดในโลก
แทงบอลออนไลน์